|
พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ |
|
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ใหไว ณ วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ เปนปที่ ๕๘ ในรัชกาลปจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ
ใหประกาศวาโดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวย
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา
๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ ๒๕๔๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา ๓ ใหยกเลิก (๑) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (๒) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ เด็ก หมายความวา บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกวาสิบแปดปบริบูรณ แตไมรวมถึงผูที่บรรลุนิติภาวะดวยการสมรส
เด็กเรรอน
หมายความวา เด็กที่ไมมีบิดามารดาหรือผูปกครองหรือมีแตไมเลี้ยงดูหรือไมสามารถเลี้ยงดูได
จนเปนเหตุใหเด็กตองเรรอนไปในที่ตางๆ
หรือเด็ก เด็กกําพรา หมายความวา เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไมปรากฏบิดามารดาหรือไมสามารถสืบหาบิดามารดาได
เด็กที่อยูในสภาพยากลําบาก
หมายความวา เด็กที่อยูในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหยาราง
ทิ้งราง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยูและไดรับความลําบาก เด็กพิการ หมายความวา เด็กที่มีความบกพรองทางรางกาย สมอง สติปญญาหรือจิตใจ ไมวาความบกพรองนั้นจะมีมาแตกําเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง
เด็กที่เสี่ยงตอการกระทําผิด
หมายความวา เด็กที่ประพฤติตนไมสมควร
เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลที่นาจะชักนําไปใน นักศึกษา หมายความวา เด็กซึ่งกําลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเทาอยูในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน
นักเรียน
หมายความวา
เด็กซึ่งกําลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
ทั้งประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือ บิดามารดา หมายความวา บิดามารดาของเด็กไมวาจะสมรสกันหรือไม
ผูปกครอง
หมายความวา บิดามารดา ผูอนุบาล
ผูรับบุตรบุญธรรม และผูปกครองตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย
และใหหมายความ ครอบครัวอุปถัมภ หมายความวา บุคคลที่รับเด็กไวอุปการะเลี้ยงดูอยางบุตร
การเลี้ยงดูโดยมิชอบ
หมายความวา การไมใหการอุปการะเลี้ยงดู
อบรมสั่งสอนหรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กําหนดในกฎกระทรวง
ทารุณกรรม
หมายความวา การกระทําหรือละเวนการกระทําดวยประการใดๆจนเปนเหตุใหเด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแกรางกายหรือจิตใจ
สืบเสาะและพินิจ
หมายความวา การคนหาและรวบรวมขอเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนํามาวิเคราะหวินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคมสงเคราะห
สถานรับเลี้ยงเด็ก
หมายความวา
สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไมเกินหกปบริบูรณ
และมีจํานวนตั้งแตหกคนขึ้นไป
ซึ่งเด็กไม
สถานแรกรับ
หมายความวา สถานที่รับเด็กไวอุปการะเปนการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัว
เพื่อกําหนดแนวทางในการ สถานสงเคราะห หมายความวา สถานที่ใหการอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่จําตองไดรับการสงเคราะห ซึ่งมีจํานวนตั้งแตหกคนขึ้นไป
สถานคุมครองสวัสดิภาพ
หมายความวา สถานที่ใหการศึกษา
อบรม ฝกอาชีพเพื่อแกไขความประพฤติ
บําบัด รักษา และฟนฟูสมรรถภาพทั้ง
สถานพัฒนาและฟนฟู
หมายความวา สถานที่ โรงเรียน
สถาบัน หรือศูนยที่จัดขึ้นเพื่อใหการบําบัดรักษา
การฟนฟูสมรรถภาพทั้งทางดาน
สถานพินิจ
หมายความวา สถานพินิจและคุมครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครสถานพินิจและคุมครองเด็กและเยาวชนจังหวัด
และ กองทุน หมายความวา กองทุนคุมครองเด็ก คณะกรรมการ หมายความวา คณะกรรมการคุมครองเด็กแหงชาติ พนักงานเจาหนาที่ หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งใหปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ผูวาราชการจังหวัด หมายความรวมถึงผูวาราชการกรุงเทพมหานครและผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูวาราชการจังหวัด ปลัดกระทรวง หมายความวา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยและหมายความรวมถึงผูซึ่งไดรับมอบหมายจากปลัดกระทรวง รัฐมนตรี หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕ ใหศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายวาดวยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระราชบัญญัตินี้ เวนแตในจังหวัดใดยังมิไดเปดทําการศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัด ใหศาลจังหวัดมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหรัฐมนตรีแตละกระทรวงมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่กับออกกฎกระทรวงหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในสวนที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงนั้นกฎกระทรวงหรือระเบียบนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได
หมวด ๑ คณะกรรมการคุมครองเด็ก
มาตรา ๗ ใหมีคณะกรรมการคุมครองเด็กแหงชาติ
ประกอบดวยรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
เปนประธานกรรมการปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
เปนรองประธานกรรมการปลัดกระทรวงมหาดไทย
ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อัยการ
มาตรา ๘ ใหสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยทําหนาที่เปนสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ
โดยใหมีอํานาจหนาที่ (๑) ปฏิบัติงานธุรการทั่วไปของคณะกรรมการ
(๒)
ประสานงานและรวมมือกับสวนราชการ
หนวยงานของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวของในการดําเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะห
คุมครองสวัสดิภาพ (๓) พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการ ตลอดจนใหบริการดานสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพและสงเสริมความประพฤติเด็ก
(๔)
รวบรวมผลการวิเคราะห
วิจัย
ดําเนินการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายรวมทั้งแผนงานในการสงเคราะห
คุมครอง (๕) ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสามปกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจากตําแหนงเพราะครบวาระอาจไดรับการ มาตรา ๑๐ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระตามมาตรา ๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีใหออกเพราะบกพรองหรือไมสุจริตตอหนาที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหยอนความสามารถ (๔) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก (๕) เปนบุคคลลมละลาย (๖) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (๗) ขาดการประชุมติดตอกันสามครั้งโดยไมมีเหตุอันสมควร
มาตรา ๑๑ ในกรณีที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนครบวาระ
ใหรัฐมนตรีแตงตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเชนเดียวกันตาม
มาตรา ๑๒ ในกรณีที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิดํารงตําแหนงครบวาระแลว
แตยังมิไดมีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิใหม
ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิที่
มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงเปนองคประชุมใหประธานกรรมการ มาตรา ๑๔ คณะกรรมการมีอํานาจและหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) เสนอความเห็นตอรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) เสนอความเห็นตอรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
(๓)
วางระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการรับเงิน การจายเงิน
การเก็บรักษาเงิน และการจัดหา (๔) วางระเบียบเกี่ยวกับวิธีการดําเนินการคุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๔๗ (๕) วางหลักเกณฑในการแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่ (๖) ใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานแกหนวยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานดานการศึกษา การสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กรวมทั้งมีอํานาจเขาไปตรวจสอบในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟนฟู สถานพินิจ หรือสถานที่ที่เกี่ยวของกับการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กทั้งของรัฐและเอกชน (๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดําเนินงานของคณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัด รวมทั้งใหคําแนะนําและเสนอแนะในการปองกันและแกไขปญหาการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กในกรุงเทพมหานครและระดับจังหวัด (๘) ดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็ก
มาตรา ๑๕ คณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานเพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมายใหนําบทบัญญัติ
มาตรา ๑๖ ใหมีคณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานคร
ประกอบดวย ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร
เปนประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปนรองประธานกรรมการผูแทนสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ผูแทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผูแทนกองบัญชาการตํารวจนครบาล
ผูแทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
มาตรา ๑๗ ใหมีคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัด
ประกอบดวย ผูวาราชการจังหวัด
เปนประธานกรรมการ รองผูวาราชการจังหวัดซึ่งไดรับมอบหมายจาก
มาตรา ๑๘ ใหนําบทบัญญัติมาตรา
๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใชบังคับกับการดํารงตําแหนง
การพนจากตําแหนง
การแตงตั้งกรรมการแทน และการปฏิบัติหนาที่ของกรรมการผูทรงคุณวุฒิตามมาตรา
๑๖ และมาตรา ๑๗ โดยอนุโลม เวนแตอํานาจของรัฐมนตรีตามมาตรา
๑๐ (๓) และมาตรา ๑๑ ใหเปน
มาตรา ๑๙ ใหนําบทบัญญัติมาตรา
๑๓ และมาตรา ๑๕ มาใชบังคับกับการประชุมและการแตงตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานของคณะกรรมการ มาตรา ๒๐ คณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัดมีอํานาจและหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) เสนอความเห็นตอคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) ใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานแกหนวยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานดานการศึกษา การสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กรวมทั้งมีอํานาจเขาไปตรวจสอบในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟนฟู สถานพินิจ หรือสถานที่ที่เกี่ยวของกับการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กของรัฐและเอกชนภายในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แลวแตกรณี (๓) กําหนดแนวทางการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แลวแตกรณี
(๔)
จัดหาทุนเพื่อการสงเคราะห
คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด
แลวแตกรณี
และรายงานผลการ (๕) ตรวจสอบหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวของมาชี้แจงกรณีมีการปฏิบัติตอเด็กโดยมิชอบ (๖) เรียกเอกสารหรือพยานหลักฐานใดๆ หรือขอคําชี้แจงจากผูที่เกี่ยวของเพื่อประกอบการวินิจฉัยในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ (๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดําเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะหและสงเสริมความประพฤติเด็กในกรุงเทพมหานครและระดับจังหวัด แลวแตกรณี แลวรายงานผลตอคณะกรรมการ (๘) ดําเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย มาตรา ๒๑ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ใหกรรมการและอนุกรรมการเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๒ การปฏิบัติตอเด็ก
มาตรา ๒๒ การปฏิบัติตอเด็กไมวากรณีใด
ใหคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของเด็กเปนสําคัญและไมใหมีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปนธรรม มาตรา ๒๓ ผูปกครองตองใหการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยูในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแกขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแหงทองถิ่น แตทั้งนี้ตองไมต่ำกวามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กําหนดในกฎกระทรวงและตองคุมครองสวัสดิภาพเด็กที่อยูในความปกครองดูแลของตนมิใหตกอยูในภาวะอันนาจะเกิดอันตรายแกรางกายหรือจิตใจ
มาตรา ๒๔ ปลัดกระทรวง ผูวาราชการจังหวัด
ผูอํานวยการเขต นายอําเภอปลัดอําเภอ ผูเปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอ
หรือผูบริหารองคกร มาตรา ๒๕ ผูปกครองตองไมกระทํา ดังตอไปนี้ (๑) ทอดทิ้งเด็กไวในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไวกับบุคคลที่รับจางเลี้ยงเด็กหรือที่สาธารณะหรือสถานที่ใดๆ โดยเจตนาที่จะไมรับเด็กกลับคืน (๒) ละทิ้งเด็กไว ณ สถานที่ใดๆ โดยไมจัดใหมีการปองกันดูแลสวัสดิภาพหรือใหการเลี้ยงดูที่เหมาะสม (๓) จงใจหรือละเลยไมใหสิ่งที่จําเปนแกการดํารงชีวิตหรือสุขภาพอนามัยจนนาจะเกิดอันตรายแกรางกายหรือจิตใจของเด็ก (๔) ปฏิบัติตอเด็กในลักษณะที่เปนการขัดขวางการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก (๕) ปฏิบัติตอเด็กในลักษณะที่เปนการเลี้ยงดูโดยมิชอบ มาตรา ๒๖ ภายใตบังคับบทบัญญัติแหงกฎหมายอื่น ไมวาเด็กจะยินยอมหรือไมหามมิใหผูใดกระทําการ ดังตอไปนี้ (๑) กระทําหรือละเวนการกระทําอันเปนการทารุณกรรมตอรางกายหรือจิตใจของเด็ก (๒) จงใจหรือละเลยไมใหสิ่งจําเปนแกการดํารงชีวิตหรือรักษาพยาบาลแกเด็กที่อยูในความดูแลของตน จนนาจะเกิดอันตรายแกรางกายหรือจิตใจของเด็ก (๓) บังคับ ขูเข็ญ ชักจูง สงเสริม หรือยินยอมใหเด็กประพฤติตนไมสมควรหรือนาจะทําใหเด็กมีความประพฤติเสี่ยงตอการกระทําผิด
(๔)
โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพรดวยประการใด
เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กใหแกบุคคลอื่นที่มิใชญาติของเด็กเวนแตเปนการกระทําของทางราชการหรือไดรับ
(๕)
บังคับ ขูเข็ญ
ชักจูง สงเสริม ยินยอม หรือกระทําดวยประการใดใหเด็กไปเปนขอทาน
เด็กเรรอน หรือใชเด็กเปนเครื่องมือในการขอทานหรือการกระทําผิด
(๖) ใช จาง หรือวานเด็กใหทํางานหรือกระทําการอันอาจเปนอันตรายแกรางกายหรือจิตใจมีผลกระทบตอการเจริญเติบโต หรือขัดขวางตอพัฒนาการของเด็ก
(๗)
บังคับ ขูเข็ญ
ใช ชักจูง ยุยง สงเสริม
หรือยินยอมใหเด็กเลนกีฬาหรือใหกระทําการใดเพื่อแสวงหาประโยชนทางการคาอันมีลักษณะ (๘) ใชหรือยินยอมใหเด็กเลนการพนันไมวาชนิดใดหรือเขาไปในสถานที่เลนการพนัน สถานคาประเวณีหรือสถานที่ที่หามมิใหเด็กเขา
(๙)
บังคับ ขูเข็ญ
ใช ชักจูง ยุยง สงเสริม
หรือยินยอมใหเด็กแสดงหรือกระทําการอันมีลักษณะลามกอนาจาร
ไมวาจะเปนไปเพื่อใหไดมาซึ่ง
(๑๐)
จําหนาย
แลกเปลี่ยน หรือใหสุราหรือบุหรี่แกเด็ก
เวนแตการปฏิบัติทางการแพทยถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งมีโทษตามกฎหมายอื่นที่หนัก มาตรา ๒๗ หามมิใหผูใดโฆษณาหรือเผยแพรทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งขอมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผูปกครอง โดยเจตนาที่จะทําใหเกิดความเสียหายแกจิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชนอื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชนสําหรับตนเองหรือผูอื่นโดยมิชอบ
มาตรา ๒๘ ในกรณีผูปกครองตกอยูในสภาพไมอาจใหการอุปการะเลี้ยงดู
อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กไดไมวาดวยเหตุใด
หรือผูปกครองกระทําการใดอันนาจะเกิดอันตรายตอสวัสดิภาพหรือขัดขวางตอความเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือใหการเลี้ยงดูโดยมิชอบหรือมีเหตุจําเปนอื่นใดเพื่อประโยชนในการสงเคราะหรือ
มาตรา ๒๙ ผูใดพบเห็นเด็กตกอยูในสภาพจําตองไดรับการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพตามหมวด
๓ และหมวด ๔ จะตองใหการชวย มาตรา ๒๔ โดยมิชักชาแพทย พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห หรือเจาหนาที่สาธารณสุข ที่รับตัวเด็กไวรักษาพยาบาล ครู อาจารย หรือนายจาง ซึ่งมีหนาที่ดูแลเด็กที่เปนศิษยหรือลูกจางจะตองรายงานใหพนักงานเจาหนาที่หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ หรือพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจทราบโดยมิชักชา หากเปนที่ปรากฎชัดหรือนาสงสัยวาเด็กถูกทารุณกรรมหรือเจ็บปวยเนื่องจากการเลี้ยงดูโดยมิชอบการแจงหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อไดกระทําโดยสุจริตยอมไดรับความคุมครองและไมตองรับผิดทั้งทางแพง ทางอาญาหรือทางปกครอง มาตรา ๓๐ เพื่อประโยชนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนาที่ตามหมวด ๓ และหมวด ๔ มีอํานาจและหนาที่ ดังตอไปนี้ (๑) เขาไปในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะใดๆ ในระหวางเวลาพระอาทิตยขึ้นถึงพระอาทิตยตกเพื่อตรวจคน ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยวามีการกระทําทารุณกรรมเด็ก มีการกักขังหรือเลี้ยงดูโดยมิชอบ แตในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อวาหากไมดําเนินการในทันทีเด็กอาจไดรับอันตรายแกรางกายหรือจิตใจ หรือถูกนําพาไปสถานที่อื่นซึ่งยากแกการติดตามชวยเหลือก็ใหมีอํานาจเขาไปในเวลาภายหลังพระอาทิตยตกได (๒) ซักถามเด็กเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยวาเด็กจําตองไดรับการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพ ในกรณีจําเปนเพื่อประโยชนแกการสงเคราะหและคุมครองสวัสดิภาพเด็กอาจนําตัวเด็กไปยังที่ทําการของพนักงานเจาหนาที่ เพื่อทราบขอมูลเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว รวมทั้งบุคคลที่เด็กอาศัยอยู ทั้งนี้ จะตองกระทําโดยมิชักชา แตไมวากรณีใดจะกักตัวเด็กไวนานเกินกวาสิบสองชั่วโมงไมได เมื่อพนระยะเวลาดังกลาวใหปฏิบัติตาม (๖) ระหวางที่เด็กอยูในความดูแลจะตองใหการอุปการะเลี้ยงดูและหากเจ็บปวยจะตองใหการรักษาพยาบาล (๓) มีหนังสือเรียกผูปกครอง หรือบุคคลอื่นใดมาใหถอยคําหรือขอเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเปนอยู ความประพฤติ สุขภาพ และความสัมพันธในครอบครัวของเด็ก (๔) ออกคําสั่งเปนหนังสือใหผูปกครองของเด็ก นายจางหรือผูประกอบการเจาของหรือผูครอบครองสถานที่ที่เด็กทํางานหรือเคยทํางาน อาศัยหรือเคยอาศัยอยู เจาของหรือผูครอบครองหรือผูดูแลสถานศึกษาที่เด็กกําลังศึกษาหรือเคยศึกษา หรือผูปกครองสวัสดิภาพ สงเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเปนอยู การศึกษา การทํางาน หรือความประพฤติของเด็กมาให
(๕)
เขาไปในสถานที่อยูอาศัยของผูปกครอง
สถานที่ประกอบการของนายจางของเด็ก
สถานศึกษาของเด็ก หรือสถานที่ที่เด็กมีความเกี่ยว
(๖)
มอบตัวเด็กใหแกผูปกครองพรอมกับแนะนําหรือตักเตือนผูปกครองใหดูแลและอุปการะเลี้ยงดูเด็กในทางที่ถูกตอง
เพื่อใหเด็กไดรับ (๗) ทํารายงานเกี่ยวกับตัวเด็กเพื่อมอบใหแกสถานแรกรับในกรณีมีการสงเด็กไปยังสถานแรกรับหรือหนวยงานที่เกี่ยวของเมื่อมีการรองขอเด็กที่อยูในความดูแลของพนักงานเจาหนาที่จะตองไดรับการอุปการะเลี้ยงดูและไดรับการศึกษาอยางเหมาะสม และกอนที่จะจัดใหเด็กเขาอยูในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับสถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟนฟู จะตองปรึกษากับผูเชี่ยวชาญในสาชาวิชาชีพสังคมสงเคราะหและการแพทยกอนเทาที่สามารถกระทําไดในการปฏิบัติหนาที่ตาม (๑) (๒) และ (๕) พนักงานเจาหนาที่ตองแสดงบัตรประจําตัวกอนและใหบุคคลที่เกี่ยวของอํานวยความสะดวกตามสมควรบัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาที่ใหเปนไปตามแบบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจาเบกษา มาตรา ๓๑ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ใหพนักงานเจาหนาที่เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๓ การสงเคราะหเด็ก มาตรา ๓๒ เด็กที่พึงไดรับการสงเคราะหไดแก (๑) เด็กเรรอน หรือเด็กกําพรา (๒) เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง
(๓)
เด็กที่ผูปกครองไมสามารถอุปการะเลี้ยงดูไดดวยเหตุใดๆ
เชน ถูกจําคุก
กักขัง พิการ ทุพพลภาพ เจ็บปวยเรื้อรัง ยากจน เปนผูเยาว
หยา ถูกทิ้งราง
(๔) เด็กที่ผูปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไมเหมาะสมอันอาจสงผลกระทบตอพัฒนาการทางรางกายหรือจิตใจของเด็กที่อยูในความปกครองดูแล
(๕)
เด็กที่ไดรับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ
ถูกใชเปนเครื่องมือในการกระทําหรือแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ
ถูกทารุณกรรม หรือตกอยูในภาวะอื่นใดอันอาจเปนเหตุ (๖) เด็กพิการ (๗) เด็กที่อยูในสภาพยากลําบาก (๘) เด็กที่อยูในสภาพที่จําตองไดรับการสงเคราะหตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๓ ในกรณีพนักงานเจาหนาที่หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ไดรับแจงจากบุคคลตามมาตรา ๒๙ หรือพบเห็นเด็กที่พึงไดรับการสงเคราะหตามมาตรา ๓๒ ใหพิจารณาใหการสงเคราะหตามวิธีการที่เหมาะสม ดังตอไปนี้ (๑) ใหความชวยเหลือและสงเคราะหแกเด็กและครอบครัวหรือบุคคลที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กเพื่อใหสามารถอุปการะเลี้ยงดูเด็กไดตามมาตรา ๒๓
(๒) มอบเด็กใหอยูในความอุปการะของบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไวอุปการะเลี้ยงดูตามระยะเวลาที่เห็นสมควร
แตตองไมเกินหนึ่งเดือน
ในกรณีที่ไม (๓) ดําเนินการเพื่อใหเด็กไดเปนบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นตามกฎหมายวาดวยการรับเด็กเปนบุตรบุญธรรม (๔) สงเด็กเขารับการอุปการะในครอบครัวอุปถัมภหรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไวอุปการะ (๕) สงเด็กเขารับการอุปการะในสถานแรกรับ (๖) สงเด็กเขารับการอุปการะในสถานสงเคราะห
(๗)
สงเด็กเขาศึกษาหรือฝกหัดอาชีพ
หรือสงเด็กเขาบําบัดฟนฟูสมรรถภาพศึกษาหรือฝกหัดอาชีพในสถานพัฒนาและฟนฟู
หรือสงเด็กศึกษากลอมเกลาจิตใจโดยใชหลักศาสนาในวัดหรือสถานที่ทางศาสนาอื่น
ที่ยินยอมรับเด็กไววิธีการใหการสงเคราะหตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามระเบียบที่ปลัดกระทรวงกําหนดและไมวากรณีใดๆ
การดําเนินการใหการสงเคราะหตาม
(๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ตองไดรับความยินยอมจากผูปกครอง
ความยินยอมดังกลาวตองทําเปนหนังสือตามแบบที่ปลัดกระทรวงกําหนด
หรือยินยอมดวยวาจาตอหนาพยานอยางนอยสองคน
ในกรณีที่ผูปกครองไมใหความยินยอมโดยไมมีเหตุอันควรหรือไมอาจใหความยินยอมได
ใหปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการจังหวัด
แลวแตกรณี มีอํานาจสงเด็กเขารับการสงเคราะหตามวิธีการดังกลาวได
ทั้งนี้ปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการจังหวัดตองฟงรายงานและความเห็นของผูเชี่ยวชาญในสาชาวิชาชีพสังคมสงเคราะหและการแพทยกอนใหปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการจังหวัด
แลวแตกรณี
มีอํานาจกําหนดระยะเวลาในการสงเคราะหเด็กตาม (๔)
(๕) (๖) หรือ (๗) แตถามีพฤติการณเปลี่ยนแปลงไปอาจจะขยายหรือยนระยะเวลาที่กําหนดไวแลวก็ไดตามแตเห็นสมควร
ในระหวางระยะเวลาดังกลาวใหพนักงานเจาหนาที่รีบดําเนินการจัดใหเด็กสามารถกลับไปอยูในความปกครองของผูปกครองโดยมิชักชาในกรณีเด็กอยูระหวางการรับการสงเคราะหถาผูปกครองรองขอและแสดงใหเห็นวาสามารถปกครองและอุปการะเลี้ยงดูเด็กได ใหปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการจังหวัด
แลวแตกรณี สั่งใหเด็กพนจาการสงเคราะหและมอบตัวเด็กใหแกผูปกครองรับไปปกครองดูแลได
แมวายังไมครบกําหนดระยะเวลาในการสงเคราะหก็ตามในกรณีที่บุคคลที่ไดรับการสงเคราะหมีอายุสิบแปดปบริบูรณแตยังอยูในสภาพที่จําเปนจะตองไดรับการสงเคราะหตอไป
ปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการจังหวัด
แลวแตกรณี อาจสั่งใหบุคคลนั้นไดรับการสงเคราะหตอไปจนอายุยี่สิบปบริบูรณก็ได
แต มาตรา ๓๔ ผูปกครองหรือญาติของเด็ก อาจนําเด็กไปขอรับการสงเคราะหที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือสํานักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด หรือที่สถานแรกรับสถานสงเคราะห หรือสถานพัฒนาและฟนฟูของเอกชน เพื่อขอรับการสงเคราะหไดกรณีมีการนําเด็กมาขอรับการสงเคราะหที่กรมพัมนาสังคมและสวัสดิการหรือสํานักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด ถาเปนเด็กที่จําเปนตองไดรับการสงเคราะหใหพนักงานเจาหนาที่พิจารณาใหการสงเคราะหที่เหมาะสมตามมาตรา ๓๓ แตในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่ยังไมสามารถหาวิธีการสงเคราะหที่เหมาะสมกับเด็กตามมาตรา ๓๓ ได จะสงเด็กไปยังสถานแรกรับกอนก็ไดกรณีมการนําเด็กมาขอรับการสงเคราะหที่สถานแรกรับ สถานสงเคราะห หรือสถานพัฒนาและฟนฟูเด็กของเอกชน ใหผูปกครองสวัสดิภาพรายงานขอมูลเกี่ยวกับเด็กตอพนักงานเจาหนาที่เพื่อพิจารณาดําเนินการตามวรรคสองตอไป
มาตรา ๓๕ เมื่อพนักงานเจาหนาที่หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา
๒๔ พบเห็นเด็กที่พึงไดรับการสงเคราะหตามมาตรา
๓๒ (๑) และ (๒) หรือไดรับแจงจากบุคคลตามมาตรา
๒๙ ใหสอบถามเพื่อทราบขอมูลเกี่ยวกับเด็ก
ถาเด็กเจ็บปวยหรือจําตองตรวจสุขภาพหรือเปนเด็กพิการตองรีบจัดใหมีการตรวจรักษาทางรางกายและจิตใจทันที
หากเปนเด็กที่จําเปนตองไดรับการสงเคราะหก็ใหพิจารณาใหการสงเคราะหตามมาตรา
๓๓ และไมวากรณีใดใหพยายามดําเนินการเพื่อใหเด็กสามารถกลับไปอยูกับครอบครัวโดยเร็ว
แตหากปรากฎวาสภาพครอบครัวหรือสิ่งแวดลอมไมเหมาะที่จะใหเด็กกลับไปอยูกับครอบครัวและมีเหตุจําเปนที่จะตองใหการ
มาตรา ๓๖ ในระหวางที่เด็กไดรับการสงเคราะหตามมาตรา
๓๓ (๒) (๔) หรือ(๖)
หากปรากฎวาเปนเด็กที่เสี่ยงตอการกระทําผิดและพึงไดรับการคุมครอง
มาตรา ๓๗ เมื่อสถานแรกรับ สถานสงเคราะห
หรือสถานพัฒนาและฟนฟูไดรับตัวเด็กไวตามมาตรา
๓๓ (๕) (๖) หรือ (๗) ใหผูปกครองสวัสดิภาพรีบสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัว
และเสนอความเห็นเกี่ยวกับวิธีการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพเด็กแตละคนพรอมดวยประวัติไปยังปลัดกระทรวงหรือ
มาตรา ๓๘ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการจังหวัดสั่งใหเด็กเขารับการสงเคราะหโดยผูปกครองไมยินยอมตามมาตรา
๓๓ วรรคสอง กรณีที่
มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ผูปกครองซึ่งไดรับเด็กกลับมาอยูในความดูแล
มีพฤติการณนาเชื่อวาจะใหการเลี้ยงดูโดยมิชอบแกเด็กอีก
ใหพนักงานเจาหนาที่หรือผูมี
หมวด ๔ การคุมครองสวัสดิภาพเด็ก มาตรา ๔๐ เด็กที่พึงไดรับการคุมครองสวัสดิภาพไดแก (๑) เด็กที่ถูกทารุณกรรม (๒) เด็กที่เสี่ยงตอการกระทําผิด (๓) เด็กที่อยูในสภาพที่จําตองไดรับการคุมครองสวัสดิภาพตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๑ ผูใดพบเห็นหรือประสบพฤติการณที่นาเชื่อวามีการกระทําทารุณกรรมตอเด็กใหรีบแจงหรือรายงานตอพนักงานเจาหนาที่ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔เมื่อพนักงานเจาหนาที่ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ไดรับแจงเหตุตามวรรคหนึ่ง หรือเปนผูพบเห็นหรือประสบพฤติการณที่นาเชื่อวามีการกระทําทารุณกรรมตอเด็กในสถานที่ใด ใหมีอํานาจเขาตรวจคนและมีอํานาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุมครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็วที่สุดการแจงหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อไดกระทําโดยสุจริตยอมไดรับความคุมครองและไมตองรับผิดทั้งทางแพง ทางอาญาหรือทางปกครอง
|