พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ใหไว ณ วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ เปนปที่ ๕๘ ในรัชกาลปจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวโดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวย
  การคุ
มครองเด็ก

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕
  มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห
งราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย
  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล
าฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภาดังตอไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว“พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ ๒๕๔๖

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป

มาตรา ๓ ใหยกเลิก

(๑) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕

(๒) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“เด็ก” หมายความวา บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกวาสิบแปดปบริบูรณแตไมรวมถึงผูที่บรรลุนิติภาวะดวยการสมรส

“เด็กเรอน” หมายความวา เด็กที่ไมมีบิดามารดาหรือผูปกครองหรือมีแตไมเลี้ยงดูหรือไมสามารถเลี้ยงดูไดจนเปเหตุใหเด็กตองเรอนไปในที่ตางๆ หรือเด็ก
                                                         ที่มีพฤติกรรมใชชีวิตเรอนจนนาจะเกิดอันตรายต
อสวัสดิภาพของตน

                “เด็กกําพร” หมายความวา เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไมปรากฏบิดามารดาหรือไมสามารถสืบหาบิดามารดาได

“เด็กที่อยูในสภาพยากลําบาก” หมายความวา เด็กที่อยูในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหยาราง ทิ้งราง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยูและไดรับความลําบาก
                                           
               หรือเด็กที่ตองรับภาระหนาที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกําลังความสามารถและสติปญญาหรือเด็กที่ไมสามารถชวยเหลือตัวเองได

“เด็กพิการ” หมายความวา เด็กที่มีความบกพรองทางรางกาย สมอง สติปญญาหรือจิตใจ ไมาความบกพรองนั้นจะมีมาแตกําเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง

“เด็กที่เสี่ยงตอการกระทําผิด” หมายความวา เด็กที่ประพฤติตนไมสมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลที่นาจะชักนําไปใน
                 ทางกระทําผิดกฎหมายหรือขัดตอศีลธรรมอันดีหรืออยูในสภาพแวดล
อมหรือสถานที่อันอาจชักนําไปในทางเสียหาย ทั้งนี้ ตามที่กําหนดใน กฎกระทรวง

“นักศึกษา” หมายความวา เด็กซึ่งกําลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเทาอยูในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

“นักเรียน” หมายความวา เด็กซึ่งกําลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือ
                                                      เทียบเท
าอยู
ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน

“บิดามารดา” หมายความวา บิดามารดาของเด็กไมาจะสมรสกันหรือไม

“ผูปกครอง” หมายความวา บิดามารดา ผูอนุบาล ผูรับบุตรบุญธรรม และผูปกครองตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยและใหหมายความ
                                    รวมถึงพ
อเลี้ยงแมเลี้ยงผูปกครองสวัสดิภาพ นายจาง ตลอดจนบุคคลอื่นซึ่งรับเด็กไวในความอุปการะเลี้ยงดูหรือซึ่งเด็กอาศัยอยู
วย

“ครอบครัวอุปถัมภ” หมายความวา บุคคลที่รับเด็กไวอุปการะเลี้ยงดูอยางบุตร

“การเลี้ยงดูโดยมิชอบ” หมายความวา การไมใหการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนหรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กําหนดในกฎกระทรวง
                                                    จนน
าจะเกิดอันตรายแก
างกายหรือจิตใจของเด็ก

“ทารุณกรรม” หมายความวา การกระทําหรือละเวนการกระทําดวยประการใดๆจนเปนเหตุใหเด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแกางกายหรือจิตใจ
                                      การกระทําผิดทางเพศต
อเด็ก การใชเด็กใหกระทําหรือประพฤติในลักษณะที่นาจะเปนอันตรายแกางกายหรือจิตใจหรือขัดตอกฎหมาย
                                      หรือศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ ไม
าเด็กจะยินยอมหรือไม
ก็ตาม

“สืบเสาะและพินิจ” หมายความวา การคนหาและรวบรวมขอเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนํามาวิเคราะหวินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคมสงเคราะห
                                             แพทยจิตวิทยา กฎหมายและหลักวิชาการอื่นที่เกี่ยวข
องกับบุคคลและครอบครัวของบุคคลนั้น

“สถานรับเลี้ยงเด็ก” หมายความวา สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไมเกินหกปบริบูรณและมีจํานวนตั้งแตหกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม
                  เกี่ยวข
องเปนญาติกับเจาของหรือผูดําเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกลาว ทั้งนี้ ไม
รวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชน

“สถานแรกรับ” หมายความวา สถานที่รับเด็กไวอุปการะเปนการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัว เพื่อกําหนดแนวทางในการ
                 สงเคราะห
และคุมครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแกเด็กแต
ละราย

“สถานสงเคราะห” หมายความวา สถานที่ใหการอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่จําตองไดรับการสงเคราะหซึ่งมีจํานวนตั้งแตหกคนขึ้นไป

“สถานคุมครองสวัสดิภาพ” หมายความวา สถานที่ใหการศึกษา อบรม ฝกอาชีพเพื่อแกไขความประพฤติ บําบัด รักษา และฟนฟูสมรรถภาพทั้ง
                  ทางด
านรางกายและจิตใจแกเด็กที่พึงไดรับการคุ
มครองสวัสดิภาพ

“สถานพัฒนาและฟนฟู” หมายความวา สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือศูนยที่จัดขึ้นเพื่อใหการบําบัดรักษา การฟนฟูสมรรถภาพทั้งทางดาน
               ร
างกายและจิตใจ ตลอดจนการศึกษา
แนะแนว และการฝกอบรมอาชีพแกเด็กที่จําตองไดรับการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพเปนกรณีพิเศษ

“สถานพินิจ” หมายความวา สถานพินิจและคุมครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครสถานพินิจและคุมครองเด็กและเยาวชนจังหวัด และ
                 สถานพินิจและคุ
มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายวาด
วยการจัดตั้ง
                 ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

“กองทุน” หมายความวา กองทุนคุมครองเด็ก

“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการคุมครองเด็กแหงชาติ

“พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งใหปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“ผูาราชการจังหวัด” หมายความรวมถึงผูาราชการกรุงเทพมหานครและผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูาราชการจังหวัด

“ปลัดกระทรวง” หมายความวา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยและหมายความรวมถึงผูซึ่งไดรับมอบหมายจากปลัดกระทรวง

“รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕ ใหศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายวาดวยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระราชบัญญัตินี้ เวนแตในจังหวัดใดยังมิไดเปดทําการศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัด ใหศาลจังหวัดมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหรัฐมนตรีแตละกระทรวงมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่กับออกกฎกระทรวงหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในวนที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงนั้นกฎกระทรวงหรือระเบียบนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได

 


 

หมวด ๑

คณะกรรมการคุมครองเด็ก

มาตรา ๗ ใหมีคณะกรรมการคุมครองเด็กแหงชาติ ประกอบดวยรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยเปนประธานกรรมการปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยเปนรองประธานกรรมการปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อัยการ
สูงสุด ผู
บัญชาการตํารวจแหงชาติ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบดีผูพิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
ผู
อํานวยการสํานักงานสงเสริมสวัสดิภาพและพิทักษเด็ก เยาวชน ผูอยโอกาส คนพิการ และผูสูงอายุ เปนกรรมการ และกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีวาการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยแตงตั้งจากผู
เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบ
การณในการงานที่ทําในวิชาชีพสังคมสงเคราะหครู จิตวิทยา กฎหมายแพทยไมอยกวาเจ็ดปวิชาชีพละสองคน โดยจะตองมีผูแทนจากภาคเอกชนอยางนอยวิชาชีพละหนึ่งคน และแตงตั้งจากผูมีประสบการณซึ่งมีผลงานเปนที่ประจักษในดานสวัสดิการเด็กมาไม
อยกวาเจ็ดปอีกสองคน โดยมีรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเปนกรรมการและเลขานุการกรรมการผูทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งตองเปนสตรีไมอยกวาหนึ่งในสามคณะกรรมการจะแตงตั้งขาราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยไมเกินสองคนเปนผู
วยเลขานุการก็ได

มาตรา ๘ ใหสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยทําหนาที่เปนสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ โดยใหมีอํานาจหนาที่
ดังต
อไปนี้

(๑) ปฏิบัติงานธุรการทั่วไปของคณะกรรมการ

(๒) ประสานงานและรวมมือกับสวนราชการ หนวยงานของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวของในการดําเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ
                       และส
งเสริมความประพฤติเด็ก

(๓) พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการ ตลอดจนใหบริการดานสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพและสงเสริมความประพฤติเด็ก

 (๔) รวบรวมผลการวิเคราะหวิจัย ดําเนินการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายรวมทั้งแผนงานในการสงเคราะหคุมครอง
                       สวัสดิภาพ และส
งเสริมความประพฤติเด็กของหนวยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวของ แลวรายงานให
คณะกรรมการทราบ

(๕) ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสามปกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจากตําแหนงเพราะครบวาระอาจไดรับการ
แต
งตั้งอีกไดแตองไมเกินสองวาระติดต
อกัน

มาตรา ๑๐ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระตามมาตรา ๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีใหออกเพราะบกพรองหรือไมสุจริตตอหนาที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหยอนความสามารถ

(๔) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก

(๕) เปนบุคคลลมละลาย

(๖) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ

(๗) ขาดการประชุมติดตอกันสามครั้งโดยไมมีเหตุอันสมควร

มาตรา ๑๑ ในกรณีที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหรัฐมนตรีแตงตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเชนเดียวกันตาม
มาตรา ๗ เป
นกรรมการแทน และใหผูที่ไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยู
ของกรรมการซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๒ ในกรณีที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิดํารงตําแหนงครบวาระแลว แตยังมิไดมีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิใหมใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิที่
นจากตําแหนงตามวาระปฏิบัติหนาที่ไปพลางก
อน

มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงเปนองคประชุมใหประธานกรรมการ
เป
นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม หากรองประธานไมมา
ประชุมหรือไม
อาจปฏิบัติหนาที่ไดใหกรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป
นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๔ คณะกรรมการมีอํานาจและหนาที่ ดังตอไปนี้

(๑) เสนอความเห็นตอรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) เสนอความเห็นตอรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

(๓) วางระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหา
ผลประโยชน
ของกองทุน

(๔) วางระเบียบเกี่ยวกับวิธีการดําเนินการคุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๔๗

(๕) วางหลักเกณฑในการแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่

(๖) ใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานแกหนวยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานดานการศึกษา การสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กรวมทั้งมีอํานาจเขาไปตรวจสอบในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะหสถานคุมครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟนฟู สถานพินิจ หรือสถานที่ที่เกี่ยวของกับการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กทั้งของรัฐและเอกชน

(๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดําเนินงานของคณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัด   รวมทั้งใหคําแนะนําและเสนอแนะในการปองกันและแกไขปญหาการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กในกรุงเทพมหานครและระดับจังหวัด

(๘) ดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็ก

มาตรา ๑๕ คณะกรรมการมีอํานาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานเพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมายใหนําบทบัญญัติ
มาตรา ๑๓ มาใช
บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานโดยอนุโลม

มาตรา ๑๖ ใหมีคณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานคร ประกอบดวย ผูาราชการกรุงเทพมหานคร เปนประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปนรองประธานกรรมการผูแทนสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผูแทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผูแทนกองบัญชาการตํารวจนครบาล ผูแทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ผู
แทนศาลเยาวชนและครอบครัวกลางผูแทนสถานพินิจและคุมครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ผูแทนสํานักงานสงเสริมสวัสดิภาพและพิทักษเด็ก เยาวชน
ผู
อยโอกาส คนพิการ และผูสูงอายุ ผูอํานวยการสํานักพัฒนาชุมชนผูอํานวยการสํานักการศึกษาผูอํานวยการสํานักอนามัย และผูอํานวยการสํานักการแพทยเปนกรรมการ และกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งผูาราชการกรุงเทพมหานครแตงตั้งจากผูเชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณในการงานที่ทําในวิชาชีพสังคมสงเคราะหครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทย วิชาชีพละสองคนโดยจะตองมีผูแทนจากภาคเอกชนอยางนอยวิชาชีพละหนึ่งคน และแตงตั้งจากผูมีประสบการณานสวัสดิการเด็กอีกสองคน โดยมีผูอํานวยการสํานักสวัสดิการสังคมเปนกรรมการและเลขานุการกรรมการผูทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งตองเปนสตรีไมอยกวาหนึ่งในสามคณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานครจะแตงตั้งขาราชการในสํานักสวัสดิการสังคมไมเกินสองคนเปนผูวยเลขานุการก็ได

มาตรา ๑๗ ใหมีคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัด ประกอบดวย ผูาราชการจังหวัด เปนประธานกรรมการ รองผูาราชการจังหวัดซึ่งไดรับมอบหมายจาก
ผู
าราชการจังหวัดเปนรองประธานกรรมการ อัยการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด แรงงานจังหวัด ผูอํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา นายแพทยสาธารณสุขจังหวัด ผูบังคับการตํารวจภูธรจังหวัด ผูแทนศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือผูแทนศาลจังหวัด ในกรณีที่จังหวัดนั้นไมมีศาลเยาวชนและครอบครัวผูแทนสถานพินิจและคุมครองเด็กและเยาวชนจังหวัด หรือผูแทนกระทรวงยุติธรรมซึ่งแตงตั้งจากขาราชการในจังหวัดในกรณีที่จังหวัดนั้นไมมีสถานพินิจ นายกองคการบริหารสวนจังหวัด เปนกรรมการ และกรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งผูาราชการจังหวัดแตงตั้งจากผูเชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณในการงานที่ทําในวิชาชีพสังคมสงเคราะหครู จิตวิทยา กฎหมาย แพทยวิชาชีพละสองคน โดยจะตองมีผูแทนจากภาคเอกชนอยางนอยวิชาชีพละหนึ่งคนและแตงตั้งจากผูมีประสบการณานสวัสดิการเด็กอีกสองคน โดยมีพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัดเปนกรรมการและเลขานุการกรรมการผูทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งตองเปนสตรีไมอยกวาหนึ่งในสามคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัดจะแตงตั้ง
าราชการในจังหวัดนั้นไมเกินสองคนเปนผูวยเลขานุการก็ได

มาตรา ๑๘ ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใชบังคับกับการดํารงตําแหนง การนจากตําแหนง การแตงตั้งกรรมการแทน และการปฏิบัติหนาที่ของกรรมการผูทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ โดยอนุโลม เวนแตอํานาจของรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๐ (๓) และมาตรา ๑๑ ใหเป
อํานาจของผู
าราชการกรุงเทพมหานครหรือผูาราชการจังหวัดแลวแต
กรณี

มาตรา ๑๙ ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ มาใชบังคับกับการประชุมและการแตงตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานของคณะกรรมการ
คุ
มครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุ
มครองเด็กจังหวัด โดยอนุโลม

มาตรา ๒๐ คณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัดมีอํานาจและหนาที่ ดังตอไปนี้

                (๑) เสนอความเห็นตอคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) ใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานแกหนวยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานดานการศึกษา การสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กรวมทั้งมีอํานาจเขาไปตรวจสอบในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะหสถานคุมครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟนฟู สถานพินิจ หรือสถานที่ที่เกี่ยวของกับการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กของรัฐและเอกชนภายในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แลวแตกรณี

(๓) กําหนดแนวทางการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แลวแตกรณี

(๔) จัดหาทุนเพื่อการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แลวแตกรณี และรายงานผลการ
ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดหาทุนและการจัดการทุนต
อคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารกองทุน

(๕) ตรวจสอบหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวของมาชี้แจงกรณีมีการปฏิบัติตอเด็กโดยมิชอบ

(๖) เรียกเอกสารหรือพยานหลักฐานใดๆ หรือขอคําชี้แจงจากผูที่เกี่ยวของเพื่อประกอบการวินิจฉัยในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้

(๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดําเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะหและสงเสริมความประพฤติเด็กในกรุงเทพมหานครและระดับจังหวัด แลวแตกรณี แลวรายงานผลตอคณะกรรมการ

(๘) ดําเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๒๑ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ใหกรรมการและอนุกรรมการเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

 


 

หมวด ๒

การปฏิบัติตอเด็ก

มาตรา ๒๒ การปฏิบัติตอเด็กไมากรณีใด ใหคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของเด็กเปนสําคัญและไมใหมีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปนธรรม
การกระทําใดเป
นไปเพื่อประโยชนสูงสุดของเด็กหรือเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอเด็กไมให
พิจารณาตามแนวทางที่กําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๓ ผูปกครองตองใหการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยูในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแกขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแหงทองถิ่น แตทั้งนี้ตองไมต่ำกวามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กําหนดในกฎกระทรวงและตองคุมครองสวัสดิภาพเด็กที่อยูในความปกครองดูแลของตนมิใหตกอยูในภาวะอันนาจะเกิดอันตรายแกางกายหรือจิตใจ

มาตรา ๒๔ ปลัดกระทรวง ผูาราชการจังหวัด ผูอํานวยการเขต นายอําเภอปลัดอําเภอ ผูเปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอ หรือผูบริหารองคกร
ปกครองส
วนทองถิ่น มีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กที่อยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ไมาเด็กจะมีผูปกครองหรือไมก็ตาม รวมทั้งมีอํานาจและหนาที่ดูแลและตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห
สถาน
คุมครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟนฟูและสถานพินิจที่ตั้งอยูในเขตอํานาจ แลวรายงานผลการตรวจสอบตอคณะกรรมการ คณะกรรมการคุมครองเด็กรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัด แลวแตกรณี เพื่อทราบ และใหมีอํานาจและหนาที่เชนเดียวกับพนักงาน
เจ
าหน
าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๕ ผูปกครองตองไมกระทํา ดังตอไปนี้

(๑) ทอดทิ้งเด็กไวในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไวกับบุคคลที่รับจางเลี้ยงเด็กหรือที่สาธารณะหรือสถานที่ใดๆ โดยเจตนาที่จะไมรับเด็กกลับคืน

(๒) ละทิ้งเด็กไวณ สถานที่ใดๆ โดยไมจัดใหมีการปองกันดูแลสวัสดิภาพหรือใหการเลี้ยงดูที่เหมาะสม

(๓) จงใจหรือละเลยไมใหสิ่งที่จําเปนแกการดํารงชีวิตหรือสุขภาพอนามัยจนนาจะเกิดอันตรายแกางกายหรือจิตใจของเด็ก

(๔) ปฏิบัติตอเด็กในลักษณะที่เปนการขัดขวางการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก

(๕) ปฏิบัติตอเด็กในลักษณะที่เปนการเลี้ยงดูโดยมิชอบ

มาตรา ๒๖ ภายใตบังคับบทบัญญัติแหงกฎหมายอื่น ไมาเด็กจะยินยอมหรือไมามมิใหผูใดกระทําการ ดังตอไปนี้

(๑) กระทําหรือละเวนการกระทําอันเปนการทารุณกรรมตอรางกายหรือจิตใจของเด็ก

(๒) จงใจหรือละเลยไมใหสิ่งจําเปนแกการดํารงชีวิตหรือรักษาพยาบาลแกเด็กที่อยูในความดูแลของตน จนนาจะเกิดอันตรายแกางกายหรือจิตใจของเด็ก

(๓) บังคับ ขูเข็ญ ชักจูง สงเสริม หรือยินยอมใหเด็กประพฤติตนไมสมควรหรือนาจะทําใหเด็กมีความประพฤติเสี่ยงตอการกระทําผิด

(๔) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพรวยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กใหแกบุคคลอื่นที่มิใชญาติของเด็กเวนแตเปนการกระทําของทางราชการหรือไดรับ
                        อนุญาตจากทางราชการแล

 (๕) บังคับ ขูเข็ญ ชักจูง สงเสริม ยินยอม หรือกระทําดวยประการใดใหเด็กไปเปนขอทาน เด็กเรอน หรือใชเด็กเปนเครื่องมือในการขอทานหรือการกระทําผิด
                        หรือกระทําด
วยประการใดอันเปนการแสวงหาประโยชน
โดยมิชอบจากเด็ก

(๖) ใชาง หรือวานเด็กใหทํางานหรือกระทําการอันอาจเปนอันตรายแกางกายหรือจิตใจมีผลกระทบตอการเจริญเติบโต หรือขัดขวางตอพัฒนาการของเด็ก

(๗) บังคับ ขูเข็ญ ใชชักจูง ยุยง สงเสริม หรือยินยอมใหเด็กเลนกีฬาหรือใหกระทําการใดเพื่อแสวงหาประโยชนทางการคาอันมีลักษณะ
                       เป
นการขัดขวางตอการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเปนการทารุณกรรมต
อเด็ก

               (๘) ใชหรือยินยอมใหเด็กเลนการพนันไมาชนิดใดหรือเขาไปในสถานที่เลนการพนัน สถานคาประเวณีหรือสถานที่ที่หามมิใหเด็กเข

               (๙) บังคับ ขูเข็ญ ใชชักจูง ยุยง สงเสริม หรือยินยอมใหเด็กแสดงหรือกระทําการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไมาจะเปนไปเพื่อใหไดมาซึ่ง
                      ค
าตอบแทนหรือเพื่อการใด

(๑๐) จําหนาย แลกเปลี่ยน หรือใหสุราหรือบุหรี่แกเด็ก เวนแตการปฏิบัติทางการแพทยาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งมีโทษตามกฎหมายอื่นที่หนัก
                         กว
าก็ให
ลงโทษตามกฎหมายนั้น

มาตรา ๒๗ หามมิใหผูใดโฆษณาหรือเผยแพรทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งขอมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผูปกครอง โดยเจตนาที่จะทําใหเกิดความเสียหายแกจิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชนอื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชนสําหรับตนเองหรือผูอื่นโดยมิชอบ

มาตรา ๒๘ ในกรณีผูปกครองตกอยูในสภาพไมอาจใหการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กไดไมาดวยเหตุใด หรือผูปกครองกระทําการใดอันนาจะเกิดอันตรายตอสวัสดิภาพหรือขัดขวางตอความเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือใหการเลี้ยงดูโดยมิชอบหรือมีเหตุจําเปนอื่นใดเพื่อประโยชนในการสงเคราะหรือ
คุ
มครองสวัสดิภาพเด็ก หรือปองกันมิใหเด็กไดรับอันตราย หรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรม พนักงานเจาหนาที่ตองดำเนินการใหการสงเคราะหหรือคุ
มครองสวัสดิภาพตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๙ ผูใดพบเห็นเด็กตกอยูในสภาพจําตองไดรับการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพตามหมวด ๓ และหมวด ๔ จะตองใหการชวย
เหลือเบื้องต
นและแจงตอพนักงานเจาหนาที่พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ หรือผูมีหนาที่คุ
มครองสวัสดิภาพเด็กตาม

มาตรา ๒๔ โดยมิชักชาแพทยพยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะหหรือเจาหนาที่สาธารณสุข ที่รับตัวเด็กไวรักษาพยาบาล ครู อาจารยหรือนายจาง ซึ่งมีหนาที่ดูแลเด็กที่เปนศิษยหรือลูกจางจะตองรายงานใหพนักงานเจาหนาที่หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ หรือพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจทราบโดยมิชักชา หากเปนที่ปรากฎชัดหรือนาสงสัยวาเด็กถูกทารุณกรรมหรือเจ็บปวยเนื่องจากการเลี้ยงดูโดยมิชอบการแจงหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อไดกระทําโดยสุจริตยอมไดรับความคุมครองและไมองรับผิดทั้งทางแพง ทางอาญาหรือทางปกครอง

มาตรา ๓๐ เพื่อประโยชนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนาที่ตามหมวด ๓ และหมวด ๔ มีอํานาจและหนาที่ ดังตอไปนี้

(๑) เขาไปในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะใดๆ ในระหวางเวลาพระอาทิตยขึ้นถึงพระอาทิตยตกเพื่อตรวจน ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยวามีการกระทําทารุณกรรมเด็ก มีการกักขังหรือเลี้ยงดูโดยมิชอบ แตในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อวาหากไมดําเนินการในทันทีเด็กอาจไดรับอันตรายแกางกายหรือจิตใจ หรือถูกนําพาไปสถานที่อื่นซึ่งยากแกการติดตามชวยเหลือก็ใหมีอํานาจเขาไปในเวลาภายหลังพระอาทิตยตกได

(๒) ซักถามเด็กเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยวาเด็กจําตองไดรับการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพ ในกรณีจําเปนเพื่อประโยชนแกการสงเคราะหและคุมครองสวัสดิภาพเด็กอาจนําตัวเด็กไปยังที่ทําการของพนักงานเจาหนาที่ เพื่อทราบขอมูลเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว รวมทั้งบุคคลที่เด็กอาศัยอยูทั้งนี้ จะตองกระทําโดยมิชักชา แตไมากรณีใดจะกักตัวเด็กไวนานเกินกวาสิบสองชั่วโมงไมไดเมื่อพนระยะเวลาดังกลาวใหปฏิบัติตาม (๖) ระหวางที่เด็กอยูในความดูแลจะตองใหการอุปการะเลี้ยงดูและหากเจ็บปวยจะตองใหการรักษาพยาบาล

(๓) มีหนังสือเรียกผูปกครอง หรือบุคคลอื่นใดมาใหอยคําหรือขอเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเปนอยูความประพฤติ สุขภาพ และความสัมพันธในครอบครัวของเด็ก

(๔) ออกคําสั่งเปนหนังสือใหผูปกครองของเด็ก นายจางหรือผูประกอบการเจาของหรือผูครอบครองสถานที่ที่เด็กทํางานหรือเคยทํางาน อาศัยหรือเคยอาศัยอยูเจาของหรือผูครอบครองหรือผูดูแลสถานศึกษาที่เด็กกําลังศึกษาหรือเคยศึกษา หรือผูปกครองสวัสดิภาพ สงเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเปนอยูการศึกษา การทํางาน หรือความประพฤติของเด็กมาให

(๕) เขาไปในสถานที่อยูอาศัยของผูปกครอง สถานที่ประกอบการของนายจางของเด็ก สถานศึกษาของเด็ก หรือสถานที่ที่เด็กมีความเกี่ยว
องดวย ในระหวางเวลาพระอาทิตยขึ้นถึงพระอาทิตยตกเพื่อสอบถามบุคคลที่อยูในที่นั้นๆ และรวบรวมขอมูลหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป
อยู
ความสัมพันธ
ในครอบครัว การเลี้ยงดู อุปนิสัย และความประพฤติของเด็ก

(๖) มอบตัวเด็กใหแกผูปกครองพรอมกับแนะนําหรือตักเตือนผูปกครองใหดูแลและอุปการะเลี้ยงดูเด็กในทางที่ถูกตอง เพื่อใหเด็กไดรับ
การพัฒนาในทางที่เหมาะสม

(๗) ทํารายงานเกี่ยวกับตัวเด็กเพื่อมอบใหแกสถานแรกรับในกรณีมีการสงเด็กไปยังสถานแรกรับหรือหนวยงานที่เกี่ยวของเมื่อมีการรองขอเด็กที่อยูในความดูแลของพนักงานเจาหนาที่จะตองไดรับการอุปการะเลี้ยงดูและไดรับการศึกษาอยางเหมาะสม และกอนที่จะจัดใหเด็กเขาอยูในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับสถานสงเคราะหสถานคุมครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟนฟู จะตองปรึกษากับผูเชี่ยวชาญในสาชาวิชาชีพสังคมสงเคราะหและการแพทยอนเทาที่สามารถกระทําไดในการปฏิบัติหนาที่ตาม (๑) (๒) และ (๕) พนักงานเจาหนาที่ตองแสดงบัตรประจําตัวกอนและใหบุคคลที่เกี่ยวของอํานวยความสะดวกตามสมควรบัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาที่ใหเปนไปตามแบบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจาเบกษา

มาตรา ๓๑ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ใหพนักงานเจาหนาที่เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

 


 

หมวด ๓

การสงเคราะหเด็ก

มาตรา ๓๒ เด็กที่พึงไดรับการสงเคราะหไดแก

(๑) เด็กเรอน หรือเด็กกําพร

(๒) เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง

(๓) เด็กที่ผูปกครองไมสามารถอุปการะเลี้ยงดูไดวยเหตุใดๆ เชน ถูกจําคุก        กักขัง พิการ ทุพพลภาพ เจ็บปวยเรื้อรัง ยากจน เปนผูเยาวหยา ถูกทิ้งราง
                       เป
นโรคจิตหรือโรคประสาท

(๔) เด็กที่ผูปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไมเหมาะสมอันอาจสงผลกระทบตอพัฒนาการทางรางกายหรือจิตใจของเด็กที่อยูในความปกครองดูแล

(๕) เด็กที่ไดรับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ ถูกใชเปนเครื่องมือในการกระทําหรือแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ ถูกทารุณกรรม หรือตกอยูในภาวะอื่นใดอันอาจเปนเหตุ
                      ให
เด็กมีความประพฤติเสื่อมเสียในทางศีลธรรมอันดีหรือเปนเหตุใหเกิดอันตรายแก
กายหรือจิตใจ

(๖) เด็กพิการ

(๗) เด็กที่อยูในสภาพยากลําบาก

(๘) เด็กที่อยูในสภาพที่จําตองไดรับการสงเคราะหตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๓ ในกรณีพนักงานเจาหนาที่หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ไดรับแจงจากบุคคลตามมาตรา ๒๙ หรือพบเห็นเด็กที่พึงไดรับการสงเคราะหตามมาตรา ๓๒ ใหพิจารณาใหการสงเคราะหตามวิธีการที่เหมาะสม ดังอไปนี้

(๑) ใหความชวยเหลือและสงเคราะหแกเด็กและครอบครัวหรือบุคคลที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กเพื่อใหสามารถอุปการะเลี้ยงดูเด็กไดตามมาตรา ๒๓

                (๒) มอบเด็กใหอยูในความอุปการะของบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไวอุปการะเลี้ยงดูตามระยะเวลาที่เห็นสมควร แตองไมเกินหนึ่งเดือน ในกรณีที่ไม
                       อาจดําเนินการตาม (๑) ได

(๓) ดําเนินการเพื่อใหเด็กไดเปนบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นตามกฎหมายวาดวยการรับเด็กเปนบุตรบุญธรรม

(๔) สงเด็กเขารับการอุปการะในครอบครัวอุปถัมภหรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไวอุปการะ

(๕) สงเด็กเขารับการอุปการะในสถานแรกรับ

(๖) สงเด็กเขารับการอุปการะในสถานสงเคราะห

(๗) สงเด็กเขาศึกษาหรือฝกหัดอาชีพ หรือสงเด็กเขาบําบัดฟนฟูสมรรถภาพศึกษาหรือฝกหัดอาชีพในสถานพัฒนาและฟนฟู หรือสงเด็กศึกษากลอมเกลาจิตใจโดยใชหลักศาสนาในวัดหรือสถานที่ทางศาสนาอื่น ที่ยินยอมรับเด็กไววิธีการใหการสงเคราะหตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามระเบียบที่ปลัดกระทรวงกําหนดและไมากรณีใดๆ การดําเนินการใหการสงเคราะหตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ตองไดรับความยินยอมจากผูปกครอง ความยินยอมดังกลาวตองทําเปนหนังสือตามแบบที่ปลัดกระทรวงกําหนด หรือยินยอมดวยวาจาตอหนาพยานอยางนอยสองคน ในกรณีที่ผูปกครองไมใหความยินยอมโดยไมมีเหตุอันควรหรือไมอาจใหความยินยอมไดใหปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัด แลวแตกรณี มีอํานาจสงเด็กเขารับการสงเคราะหตามวิธีการดังกลาวไดทั้งนี้ปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัดตองฟงรายงานและความเห็นของผูเชี่ยวชาญในสาชาวิชาชีพสังคมสงเคราะหและการแพทยอนใหปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัด แลวแตกรณี มีอํานาจกําหนดระยะเวลาในการสงเคราะหเด็กตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) แตามีพฤติการณเปลี่ยนแปลงไปอาจจะขยายหรือยนระยะเวลาที่กําหนดไวแลวก็ไดตามแตเห็นสมควร ในระหวางระยะเวลาดังกลาวใหพนักงานเจาหนาที่รีบดําเนินการจัดใหเด็กสามารถกลับไปอยูในความปกครองของผูปกครองโดยมิชักชาในกรณีเด็กอยูระหวางการรับการสงเคราะหาผูปกครองรองขอและแสดงใหเห็นวาสามารถปกครองและอุปการะเลี้ยงดูเด็กไดใหปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัด แลวแตกรณี สั่งใหเด็กพนจาการสงเคราะหและมอบตัวเด็กใหแกผูปกครองรับไปปกครองดูแลไดแมายังไมครบกําหนดระยะเวลาในการสงเคราะหก็ตามในกรณีที่บุคคลที่ไดรับการสงเคราะหมีอายุสิบแปดปบริบูรณแตยังอยูในสภาพที่จําเปนจะตองไดรับการสงเคราะหอไป ปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัด แลวแตกรณี อาจสั่งใหบุคคลนั้นไดรับการสงเคราะหอไปจนอายุยี่สิบปบริบูรณก็ไดแต
ามีเหตุจําเปนตองให
การ
สงเคราะหอไปอีกและบุคคลนั้นมิไดคัดคานปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัด แลวแตกรณีอาจสั่งใหสงเคราะหบุคคลนั้นตอไปตามความจําเปนและสมควร แตทั้งนี้ตองไมเกินเวลาที่บุคคลนั้นมีอายุครบยี่สิบสี่ปบริบูรณ

มาตรา ๓๔ ผูปกครองหรือญาติของเด็ก อาจนําเด็กไปขอรับการสงเคราะหที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือสํานักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด หรือที่สถานแรกรับสถานสงเคราะหหรือสถานพัฒนาและฟนฟูของเอกชน เพื่อขอรับการสงเคราะหไดกรณีมีการนําเด็กมาขอรับการสงเคราะหที่กรมพัมนาสังคมและสวัสดิการหรือสํานักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด ถาเปนเด็กที่จําเปนตองไดรับการสงเคราะหใหพนักงานเจาหนาที่พิจารณาใหการสงเคราะหที่เหมาะสมตามมาตรา ๓๓ แตในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่ยังไมสามารถหาวิธีการสงเคราะหที่เหมาะสมกับเด็กตามมาตรา ๓๓ ไดจะสงเด็กไปยังสถานแรกรับกอนก็ไดกรณีมการนําเด็กมาขอรับการสงเคราะหที่สถานแรกรับ สถานสงเคราะหหรือสถานพัฒนาและฟนฟูเด็กของเอกชน ใหผูปกครองสวัสดิภาพรายงานขอมูลเกี่ยวกับเด็กตอพนักงานเจาหนาที่เพื่อพิจารณาดําเนินการตามวรรคสองตอไป

มาตรา ๓๕ เมื่อพนักงานเจาหนาที่หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ พบเห็นเด็กที่พึงไดรับการสงเคราะหตามมาตรา ๓๒ (๑) และ (๒) หรือไดรับแจงจากบุคคลตามมาตรา ๒๙ ใหสอบถามเพื่อทราบขอมูลเกี่ยวกับเด็ก ถาเด็กเจ็บปวยหรือจําตองตรวจสุขภาพหรือเปนเด็กพิการตองรีบจัดใหมีการตรวจรักษาทางรางกายและจิตใจทันที หากเปนเด็กที่จําเปนตองไดรับการสงเคราะหก็ใหพิจารณาใหการสงเคราะหตามมาตรา ๓๓ และไมากรณีใดใหพยายามดําเนินการเพื่อใหเด็กสามารถกลับไปอยูกับครอบครัวโดยเร็ว แตหากปรากฎวาสภาพครอบครัวหรือสิ่งแวดลอมไมเหมาะที่จะใหเด็กกลับไปอยูกับครอบครัวและมีเหตุจําเปนที่จะตองใหการ
คุ
มครองสวัสดิภาพแกเด็ก พนักงานเจาหนาที่จะใชมาตรการคุมครองสวัสดิภาพแกเด็กตามหมวด ๔ ก็ได

มาตรา ๓๖ ในระหวางที่เด็กไดรับการสงเคราะหตามมาตรา ๓๓ (๒) (๔) หรือ(๖) หากปรากฎวาเปนเด็กที่เสี่ยงตอการกระทําผิดและพึงไดรับการคุมครอง
สวัสดิภาพ ให
ปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัด แลวแตกรณี มีอํานาจสั่งใหใชมาตรการคุมครองสวัสดิภาพแกเด็กตามหมวด ๔ ได

มาตรา ๓๗ เมื่อสถานแรกรับ สถานสงเคราะหหรือสถานพัฒนาและฟนฟูไดรับตัวเด็กไวตามมาตรา ๓๓ (๕) (๖) หรือ (๗) ใหผูปกครองสวัสดิภาพรีบสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัว และเสนอความเห็นเกี่ยวกับวิธีการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพเด็กแตละคนพรอมดวยประวัติไปยังปลัดกระทรวงหรือ
ผู
าราชการจังหวัดแลวแตกรณีโดยมิชักชาและใหปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัดสั่งการตามที่เห็นสมควรต
อไป

มาตรา ๓๘ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัดสั่งใหเด็กเขารับการสงเคราะหโดยผูปกครองไมยินยอมตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง กรณีที่
ผู
ปกครองของเด็กไมเห็นดวยกับกําหนดระยะเวลาตามมาตรา ๓๓ วรรคสาม หรือกรณีที่ผูปกครองยื่นคํารองขอรับเด็กไปปกครองดูแลเองแตไดรับการปฏิเสธจากปลัดกระทรวงหรือผูาราชการจังหวัดตามมาตรา ๓๓วรรคสี่ ผูปกครองยอมมีสิทธินําคดีไปสูศาลตามมาตรา ๕ ในเขตทองที่นั้นภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแต
วันรับทราบคําสั่ง

มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ผูปกครองซึ่งไดรับเด็กกลับมาอยูในความดูแล มีพฤติการณาเชื่อวาจะใหการเลี้ยงดูโดยมิชอบแกเด็กอีก ใหพนักงานเจาหนาที่หรือผูมี
หน
าที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ใหคําแนะนําแกผูปกครอง หากผูปกครองไมปฏิบัติตามคําแนะนําก็ใหยื่นคําขอตอปลัดกระทรวง ผูาราชการจังหวัด
นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผู
เปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอ แลวแตกรณี เพื่อเรียกผูปกครองมาทําทัณฑบนวาจะไมกระทําการใดอันมีลักษณะเปนการใหการเลี้ยงดูโดยมิชอบแกเด็กอีกและใหวางประกันไวเปนจํานวนเงินตามสมควรแกฐานานุรูป แตจะเรียกประกันไวไดไมเกินระยะเวลาสองปากระทําผิดทัณฑบนใหริบเงินประกันเปนของกองทุน
คุ
มครองเด็กตามมาตรา ๖๙การใหคําแนะนําหรือการเรียกประกันใหคํานึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของผูปกครองและประโยชนสูงสุดของเด็กเป
นสําคัญ

 


 

หมวด ๔

การคุมครองสวัสดิภาพเด็ก

มาตรา ๔๐ เด็กที่พึงไดรับการคุมครองสวัสดิภาพไดแก

(๑) เด็กที่ถูกทารุณกรรม

(๒) เด็กที่เสี่ยงตอการกระทําผิด

(๓) เด็กที่อยูในสภาพที่จําตองไดรับการคุมครองสวัสดิภาพตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๑ ผูใดพบเห็นหรือประสบพฤติการณที่นาเชื่อวามีการกระทําทารุณกรรมตอเด็กใหรีบแจงหรือรายงานตอพนักงานเจาหนาที่ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔เมื่อพนักงานเจาหนาที่ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ไดรับแจงเหตุตามวรรคหนึ่ง หรือเปนผูพบเห็นหรือประสบพฤติการณที่นาเชื่อวามีการกระทําทารุณกรรมตอเด็กในสถานที่ใด ใหมีอํานาจเขาตรวจคนและมีอํานาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุมครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็วที่สุดการแจงหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อไดกระทําโดยสุจริตยอมไดรับความคุมครองและไมองรับผิดทั้งทางแพง ทางอาญาหรือทางปกครอง